ตะลึง อียิปต์พบมัมมี่อายุ 2,000 ปี ในสภาพดี!

ตะลึง อียิปต์พบมัมมี่อายุ 2,000 ปี ในสภาพดี!

วันที่ 3 ก.พ. เว็บไซต์ archynewsy.com รายงาน ที่ประเทศอียิปต์ มีการค้นพบมัมมี่ของผู้หญิง ผู้ชาย เด็ก และสัตว์อายุกว่า 2,000 ปี โดยยังอยู่ในสภาพดี ที่สำคัญคือ มัมมี่กว่า 40 ร่างสามารถระบุอายุย้อนไปถึงช่วงราชวงศ์ปโตเลมีซึ่งสืบเชื้อสายมาจากชาวกรีก (ประมาณ 323 ถึง 30 ปีก่อนคริสตกาล) โดยค้นพบอยู่ใต้แหล่งโบราณคดี Touna el-Gebel ใน Minya ตอนกลางของอียิปต์

มัมมี่สีน้ำตาลมีขนาดและเพศต่างกันห่อด้วยผ้าลินิน 

ตกแต่งด้วยงานเขียน demotic ภาษาอียิปต์โบราณ บางคนยังคงสวมเศษกระดาษแข็งสีซึ่งเป็นวัสดุที่ใช้ทำหน้ากากศพ มัมมี่ชายและหญิง เด็ก ๆ และสัตว์เหล่านี้ถูกค้นพบในหลุมฝังศพของครอบครัว “ชนชั้นกลาง” ของ Ptolemaic -ชื่อของราชวงศ์สุดท้ายของฟาโรห์จากกรีก ก่อนที่อียิปต์จะถูกปกครองภายใต้การปกครองของโรมัน พระนางคลีโอพัตราซึ่งเป็นจักรพรรดิองค์สุดท้าย

จากนั้นมีคนเข้าไปแสดงความคิดเห็นในโพสต์ดังกล่าวจำนวนมาก ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ต่อมานายนิติพงษ์ ยังโพสต์เฟซบุ๊กไปถึงเรื่องประชาคมโลก ว่าไม่มีใครจริงใจต่อใคร ปัญหาคือมนุษย์เป็นเผ่าพันธุ์ที่ชั่วที่สุด เอาเปรียบรุกรานรักแกเผ่าพันธุ์อื่นๆ คิดว่าตัวเองเป็นอารยัน ผิวขาว ตาสีฟ้า ผมทอง ไม่มีมนุษยธรรม ไม่ได้มีสิทธิมนุษยชนอะไร ลากคนแอฟริกันมาเป็นทาส และทุกวันนี้การเหยียดผิวก็ยังไม่หายไป พวกผิวขาว เป็นพวกแรกในโลกที่ป่าเถื่อน ทำร้ายคนไม่มีทางสู้ เป็นพวกไร้มนุษยธรรมที่สุดในโลก

ตอนท้ายยังบอกด้วยว่า เบื่อกับพวกผิวขาว ไม่เคยจำเลยว่าพ่อแม่ปู่ย่าตายายไปรังแกเขาไว้ขนาดไหน พอวันนี้บ้านเมืองอื่นลำบาก ต้องแก้ปัญหาของเขา คนพวกนี้ต้องออกมาดูถูกเหยียดหยามว่าไร้วัฒนธรรม

วันที่ 2 ก.พ.  นิวยอร์กไทม์ส เผยวิดีโอนาทีระทึก เหตุการณ์เขื่อนแตกในพื้นที่เหมืองแร่เหล็ก เมืองบรูมาดิญโญ่ ตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศบราซิล เมื่อวันที่ 25 ม.ค. ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตและสูญหายมากกว่าหลายร้อยคน

ภายหลังจากเกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่กู้ภัย ได้นำเฮลิคอปเตอร์ไปยังพื้นที เพื่อเข้าช่วยเหลือ แต่ไม่มีรายงานผู้รอดชีวิตตลอดกว่า 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยขณะนี้ มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 115 ราย และสูญหายอีก 248 ราย

ญาติและเพื่อนของเหยื่อได้ทยอยเดินทางไปยืนยันศพผู้เสียชีวิต ท่ามกลางความโศกเศร้าและอาลัย ขณะที่ทางด้าน Vale บริษัทผู้บริหารจัดการเหมืองแร่เหล็ก ได้ระบุว่าจะมีการให้เงินช่วยเหลือให้กับทางครอบครัวที่อาศัยอยู่ใกล้เขื่อนดังกล่าวรายละ 13,600 ดอลลาร์ หรือราว 425,000 บาท

จากกรณี “นายฮาคีม” อดีตนักฟุตบอลทีมชาติบาเรนห์ ถูก ตม. ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิจับกุมตัวขณะเดินทางจากประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. และทางการไทยกักขัง “นายฮาคีม” ไว้ชั่วคราวเป็นเวลา 60 วัน ระหว่างรอคำร้องขอจากบาห์เรนที่ขอให้ส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนนั้น

ล่าสุุด เวลา 09.00 น. วันที่ 4 ก.พ. เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คุมตัวนายฮาคีม อาลี โมฮัมเม็ด อาลี อัลโอไรบี มายังศาลอาญารัชดา โดยศาลได้เบิกตัวนายฮาคิม มาสอบถามความยินยอมกลับไปยังบาห์เรนตามที่อัยการได้ยื่นคำร้องหรือไม่  ระหว่างฮาคีมถูกนำตัวไปยังห้องพิจารณาคดี เขาได้ตะโกนบอกสื่อมวลชนว่า “ได้โปรดบอกเขา อย่าส่งตัวผมกลับบาห์เรน” ส่วนฟอสเตอร์ได้ตะโกนบอกฮาคีมว่า ภรรยาของเขาบอกให้ ‘เข้มแข็งไว้’

ชาวเน็ตงงผ่านตม.ได้ไง? แอบพาลูกเสือดาวจากไทย โผล่สนามบินเชนไน

ไทมส์ ออฟ อินเดีย รายงานว่า เมื่อ 2 ก.พ. เจ้าหน้าที่สนามบินเชนไน รัฐทมิฬนาฑู ของอินเดีย ตรวจพบชายชาวอินเดียวัย 45 ปี ทราบชื่อต่อมาตือ นายคหะ โมอิดีน ลักลอบนำลูกเสือดาวขึ้นเครื่องบิน ต้นทางมาจากกรุงเทพฯ ผ่านการบินไทย โดยแอบใส่ไว้ในตระกล้าพลาสติกสีชมู แบบใส่แมว

ขณะเจ้าหน้าที่สุ่มตรวจ ลูกเสือดาวร้องเสียงดังมากด้วยอาการกลัว ทำให้เจ้าหน้าที่พบพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงจับกุมตัวได้ ก่อนส่งเรื่องให้สำนักงานอาชญากรรมเกี่ยวกับสัตว์ป่าไปสอบสวน โดยเฉพาะประเด็นว่า ชายคนที่นำมาเกี่ยวข้องกับแก๊งค้าสัตว์ป่าระหว่างประเทศหรือไม่

ส่วนเสือดาวน้อย มีน้ำหนักเพียง 1.1  ก.ก. ตัวยาว 54 เซนติเมตร สัตวแพทย์นำลูกเสือน้อยไปดูแล้วแล้ว และจะพาไปอยู่สวนสัตว์เชนไนเพื่อดูแล  เสือดาวเป็นสัตว์ที่อยู่ในสภาพเสี่ยงสูญพันธุ์ เพราะจำนวนประชากรลดลงมาก เนื่องจากการล่าสัตว์เพื่อการค้าหนังและชิ้นส่วนอวัยวะ

ทั้งนี้ มีตัวแทนจากสถานทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย องค์กรด้านสิทธิมนุษยชน รวมถึงสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เฝ้าสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึง “เครก ฟอสเตอร์” อดีตกัปตันฟุตบอลทีมชาติออสเตรเลีย แกนนำรณรงค์การปล่อยตัวฮาคีม ในแคมเปญ #SaveHakeem เดินทางมายังศาลเพื่อสังเกตการณ์การพิจารณาคำร้องในครั้งนี้ด้วย

โดยฟอสเตอร์ และเจ้าหน้าที่ของทางการออสเตรเลีย กล่าวว่า การนำตัวฮาคีมมาขึ้นศาลพร้อมกับโซ่ตรวน เป็นการส่งสัญญาณที่น่ากลัวไปทั่วโลก และจะกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย รวมถึงบทบาทของไทยในการจัดแข่งขันฟุตบอลนัดระหว่างประเทศ เพราะไม่มีหลักประกันได้ว่านักฟุตบอลต่างชาติที่มายังไทยจะได้รับการคุ้มครอง

ถึงแม้ว่ากองทัพอากาศของไต้หวันนั้นจะมีการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี แต่ก็ยังถือว่าห่างชั้นในเรื่องของจำนวนเครื่องบินที่มีน้อยกว่าทางกองทัพอากาศจีนเป็นอย่างมาก และยังประสบปัญหาจากการทำการบินอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองต่อการรุกล้ำของจีน ที่ก็ได้ส่งผลต่อการบำรุงรักษา และสภาพร่างกายของนักบินอีกด้วย

Credit : แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว | แต่งบ้านและสวน | พระเครื่อง | รีวิวกล้องถ่ายรูป